กระติ๊บ เล่าเรื่องรัก

กระติ๊บ เล่าเรื่องรัก

ต้องบอกเลยว่าออกมาเปิดใจเรื่องความรักเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ สำหรับ นักแสดงสาว กระติ๊บ ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล ที่มาร่วมพูดคุยในรายการ คลับฟรายเดย์โชว์ ทางช่อง GMM25 พร้อมกับ ปั่น แฟนหนุ่มนอกวงการ

งานนี้ กระติ๊บ เผยถึงเรื่องความรักกับ ปั่น ที่เหมือนเป็นดั่งพรหมลิขิต คือไปเจออีกฝ่ายที่งานงานหนึ่ง เป็นงานของธรรมศาสตร์ จุฬาฯ คือโครงการ SIB ซึ่งเราไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย แต่เพื่อนชวนไปปาร์ตี้ก็เลยไป พอเต้นๆ อยู่กับเพื่อนก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่หลังกระเป๋าเรา ถือโทรศัพท์มือถือเคสเหมือนกัน สีเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน และกระเป๋าเงินแบบ wallet แบบยาวเหมือนกัน รุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน เราก็โห กล้ามากเลย ขโมยเหรอ

พอหันไปเจอปุ๊บ ก็วิ่งเข้าไปพูดว่าเธอขโมยของเราเหรอ แล้วก็คว้าโทรศัพท์มา เขาก็ยื้อๆ แล้วเราก็เลยเปิดภาพล็อกหน้าจอมือถือ เป็นภาพหมายอร์กเชียร์ ซึ่งเป็นหมาของเขา แล้วเราก็เลี้ยงยอร์กเชียร์เหมือนกัน แต่เป็นรูปหมาเขา ส่วนหน้าจอเราก็เป็นรูปหมาเหมือนกัน ตอนนั้นเลยรู้แล้วว่าไม่ใช่ของเรา

แต่ก็ยังเปิดดูโทรศัพท์มือถืออีกว่าเขาชอบฟังเพลงแบบไหน โห เพลงเดียวกันกับในโทรศัพท์ของเราเลย เพลงแรกของเราเลยเหมือนกัน ชื่อเพลง Angel ตอนนั้นคิดในใจว่าพรหมลิขิตแน่ๆ แต่เรารู้ทุกอย่างคนเดียว เขาไม่รู้ ก็เลยหันหน้ากลับไปถามเขาว่า ไม่คิดจะขอเบอร์เราเหรอ แล้วก็กดเบอร์ตัวเองให้ ซึ่งเขาและเพื่อนไม่รู้ว่าเราเป็นดารา หลังจากนั้น 2 วัน เขาถึงจะโทรกลับมา

ด้าน ปั่น ก็เล่าว่า ตอนนั้นเพื่อนอยู่กันเต็มเลย ทุกคนก็งงว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร มาโวยวายทำไม ตอนนั้นรู้สึกแปลกมาก ไม่เคยเจอใครแบบนี้ ตอนที่เขากดเบอร์ให้ ณ โมเมนต์นั้นตกใจ แต่เพื่อนที่อยู่ตรงนั้นแตกตื่นหมดเลย ตอนที่เขาถามว่าไม่คิดจะขอเบอร์เหรอก็งง ไม่ได้ขอ เพราะตอนนั้นเราอึ้งอยู่ และไม่ได้พูดอะไรเลย จากนั้นก็แยกย้าย เพราะตอนนั้นกำลังจะกลับบ้านอยู่แล้ว หลังจากเดินออกมาเพื่อนก็ยังคุยว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้คือใคร

จากนั้น กระติ๊บ เล่าอีกว่า จากนั้นสุดท้ายคุยกันได้แป๊บนึง วันรับปริญญาของเขา บังเอิญเจอเพื่อนเราที่เรียน AFS รุ่นเดียวกับเขา เขาก็ถามว่ามาหาใคร ก็เลยบอกว่าเอาดอกไม้มาให้ปั่น เขาก็บอกว่าแกเป็นผู้หญิงคนที่ 11 นะเนี่ย มาทำไมเนี่ย เมื่อกี้เห็นผู้หญิงตั้งเยอะ ก็เลยรู้สึกว่าเฮ้ย เจ้าชู้นี่นา สักพักเขาก็บอกว่าเดี๋ยวเขาจะไปเรียนนิวยอร์ก

มีอยู่วันหนึ่งเขาโทรศัพท์มาบอกว่าวันนี้พ่อกับแม่เราไม่อยู่บ้าน มาบ้านเราหรือเปล่า เดี๋ยวเราทำสปาเกตตีให้กิน เราเจอผู้ชายไม่ดีมาเยอะ เราก็พูดไปตรงๆ เลยว่าถึงเวลาตึ้ดแล้วเหรอ จากนั้นเขาหายไปจากชีวิตเลย ที่ถามประโยคนั้นไปคือรู้สึกว่าไม่ชอบอะไรที่ไม่ถูกต้อง เราก็ถามตรงๆ เฉยๆ แล้วเหมือนเขากดสายทิ้ง เขาตกใจ จากนั้นก็ห่างกันไป แต่ไม่ได้เหมือนกับอกหัก เหมือนคน weird กับคน weird แยกทางกันเท่านั้นเอง

ตอนนั้นเริ่มมองหาความมั่นคงแล้ว ถึงพูดคำนั้นออกไป เพราะหนูรู้สึกว่าเราไม่มีเวลาทั้งสุขภาพจิต สุขภาพกายของเรา ต้องมาทุ่มเท กับอะไรไม่ใช่อีกแล้ว เหมือนแม่สอนมาว่าก่อนจะเอาอะไรเข้าตัวเองต้องดูให้ดีก่อน แม่สอนให้เรารู้ว่าเราต้องรักตัวเองมันคือ สิทธิ์ของเราที่เราจะเลือก

แต่หลังจากนั้นพอปั่นกลับจากนิวยอร์กก็ได้เจอกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มาแบบประหลาดมาก เขาบอกว่าตอนนี้เขาคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าเธอจูบเรา แล้วทำให้เราลืมผู้หญิงคนนั้นได้ เราจะจีบเธอ เราจะเลิกคุยกับผู้หญิงคนนี้ แล้วตนเป็นคนชอบเอาชนะ ก็เลยจูบเลย

ด้าน ปั่น ก็เสริมว่า ตนรู้จักเขาเยอะแล้วก่อนไปนิวยอร์ก ไม่อยากเสียเวลาค่อยๆ จีบกัน ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นก็ไม่ค่อยได้คุยกับผู้หญิงคนนั้นและเลือกกระติ๊บ แต่ทุกวันนี้ก็แอบเสียใจนิดนึงว่าทำไมตอนนั้นไม่ค่อยจีบไป เพราะทุกครั้งเวลาเขาบ่น เขาก็จะชอบบอกว่าเป็นเพราะเธอไม่จีบเราดีๆ เขาชอบขุดเรื่องพวกนี้ออกมา

ด้าน ปั่น บอกว่า กระติ๊บ คือคนที่พระเจ้าส่งมา โดยบอกว่า ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เราถูกเลี้ยงมาให้ครอบครัวที่เป็นคริสเตียน และก็เชื่อเสมอว่าชีวิตคู่ถ้าเราจะไปด้วยกันรอด เราควรที่จะมีความเชื่อเหมือนๆ คล้ายๆ กัน ไม่ว่าความเชื่อทางด้านศาสนา หรือการใช้ชีวิตเราต้องมีความคล้ายกัน และเขาก็เป็นคนแรกที่เป็นคริสเตียนมาคุยกับเรา มาคบกับเรา เป็นคนแรกที่จะนิสัยคล้ายๆ กัน กระติ๊บ เสริม ตั้งแต่บทพิสูจน์จนตอนนี้ เราก็คบกันมา 8 ปีล่ะค่ะ

นอกจากนี้ กระติ๊บ ยังเผยความในใจถึงอุปสรรคความรักทั้งน้ำตาว่า หนูรู้สึกว่าปัญหาของหนูกับปั่น 2 คน มันไม่เท่าไร เพราะเรายังคอยแก้กันได้ แต่มันมีปัญหาหนึ่งที่เราแก้ไม่ไหว คือปัญหาของคนอื่น คนรอบตัว คือพี่ของปั่นเขาไม่ชอบหนู หมายถึงพี่สาว เจอหน้าหนูทีไร ร้องไห้ทุกที

คือติ๊บอยากจะแบบ ถ้าเกิดได้ดูรายการนี้ ติ๊บอยากจะบอกว่า ถึงแม้ติ๊บเป็นดาราก็จริง คนภายนอกอาจจะมองว่าดาราเป็นคนที่...โดยเฉพาะผู้หญิงอะ ต้องจับผู้ชายรวย ต้องดูไม่จริงใจ แต่คือแบบ ติ๊บคบปั่นมาได้ขนาดนี้ ติ๊บดูแลปั่นได้ (เสียงเครือ) ก็อยากให้แบบ ถ้าเกิดติ๊บทำอะไรไม่ดีไป ติ๊บขอโทษตรงนี้ด้วยจริงๆ

จากนั้น ปั่น ก็โอบ กระติ๊บ ที่ร้องไห้เข้ามากอด พร้อมทั้งพูดถึงพี่สาวว่า ก็อยากให้เข้าใจละกันครับว่า อันนี้คือคนที่เราเลือกแล้ว และก็ไม่ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร คนอื่นจะมองเรากันอย่างไร แต่ว่าเราก็ยังรักกัน และก็หลังจากนี้ก็ยังรักกันต่อไปเรื่อยๆ

ก่อนที่ ปั่น จะเล่าความในใจถึง กระติ๊บ ว่า จริงๆ ก็บอกรักทุกวันอยู่แล้ว อยากจะให้เราคงความน่ารัก คงความเข้าใจกันแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ซึ่ง กระติ๊บ ก็พูดความในใจถึง ปั่น ว่า ก็คิดว่าก็จริงอย่างที่พูด ปั่นบอกรักบ่อย ทุกเช้า เที่ยง เย็น ขอบคุณจริงๆ ถ้าไม่มีปั่นเข้ามา ชีวิตติ๊บก็อาจจะยังเป็นคนดาร์กๆ อยู่ และเธอก็เติมความสดใสให้เราจริงๆ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้